ตั้งราคาน้อยเกินไป? สูตรคำนวณค่าตัวที่ freelance ไทยควรเรียก (2569)

“งานนี้คิดเท่าไหร่ดี?”

freelance ส่วนใหญ่ตอบคำถามนี้ด้วย ความรู้สึก — ดูตลาดบ้าง ดูเพื่อนเรียกเท่าไหร่บ้าง แล้วก็เคาะ

ผลคือ:

  • ตั้งราคาต่ำเกินไป → ทำเหนื่อย แต่ไม่ได้เงิน
  • ตั้งราคาสูงเกินไป → ไม่ได้งาน เครียด
  • ตั้งราคา “กลางๆ” → คนซื้อรู้สึกธรรมดา ไม่ประทับใจ

บทความนี้ให้ สูตรคำนวณค่าตัวที่มีตัวเลขรองรับ — ไม่ใช่เดา

ปัญหา: ทำไมตั้งราคาด้วยความรู้สึกถึงไม่เวิร์ก

freelance ใหม่มักทำแบบนี้:

  1. ถามเพื่อน → “อ่า ผมคิด 5,000/ชิ้น”
  2. ดู Fastwork → “งานคล้ายๆ ราคาประมาณ 3,000-8,000”
  3. เคาะที่ค่ากลางๆ → 5,000

ปัญหา:

  • ไม่รู้ว่า “ราคาตลาด” คนตั้งจากอะไร (อาจตั้งผิดทั้งวงการ)
  • ไม่ได้คำนวณ ต้นทุนของตัวเอง เลย
  • ไม่รู้ว่างานนี้ใช้เวลากี่ชั่วโมง → เผลอราคาดี แต่ทำ 100 ชั่วโมง = ขาดทุน

สูตร 1: Hourly Rate ที่ต้องเรียกขั้นต่ำ

Step 1: กำหนดเป้ารายได้สุทธิที่ต้องการต่อปี

ตัวอย่าง: อยากได้ 1,000,000 บาท สุทธิเข้ากระเป๋า

Step 2: บวกค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเอง

  • ภาษี (ประมาณ 15-25% ของรายได้รวม)
  • ประกันสุขภาพ ~ 20,000-30,000/ปี
  • ค่าใช้จ่ายงาน (subscription, อุปกรณ์, internet) ~ 60,000/ปี
  • เงินเก็บเกษียณ 15% ของรายได้รวม

คำนวณกลับ:

เป้าสุทธิ:              1,000,000
+ ภาษี (~20%):           250,000
+ ค่าใช้จ่ายงาน:           60,000
+ ประกันสุขภาพ:           25,000
+ เกษียณ 15%:            ~200,000
= รายได้รวมต้องได้:    ~1,535,000 บาท/ปี

Step 3: คำนวณชั่วโมง “billable” ที่ทำได้จริงต่อปี

ดูเหมือนคนทำงาน 8 ชม × 5 วัน × 52 สัปดาห์ = 2,080 ชม/ปี

แต่ความจริง freelance ไม่ได้ทำ billable hour ทุกชั่วโมง:

รายการชั่วโมงต่อปี
ทำงานเต็มที่2,080
− วันลาพักร้อน 20 วัน-160
− วันป่วย 10 วัน-80
− Admin / ออก Invoice / คุยลูกค้า-200
− Marketing / หา client / โพสต์ผลงาน-200
− เรียนรู้ skill ใหม่ / R&D-100
= Billable hours จริง~1,340

Step 4: หารกัน

Hourly Rate ขั้นต่ำ = 1,535,000 / 1,340 = ~1,145 บาท/ชั่วโมง

ถ้าคุณคิดค่าตัวต่ำกว่านี้ — ขาดทุนแน่นอน ในมิติของเป้าหมายชีวิตที่ตั้งไว้

สูตร 2: Project Pricing จาก Hourly Rate

เมื่อรู้ Hourly Rate แล้ว → ตั้งราคาโปรเจค:

Step 1: ประมาณชั่วโมงที่งานใช้ (เพิ่ม buffer 30%)

ตัวอย่าง: งานออกแบบ logo + brand identity

  • คุย client + research: 4 ชม
  • ออกแบบ logo + revisions: 12 ชม
  • ออกแบบ brand guideline: 8 ชม
  • ส่งงาน + after-service: 2 ชม
  • รวม: 26 ชม
  • เพิ่ม buffer 30% (เผื่อ revision เกิน, ปัญหา): 34 ชม

Step 2: คูณกับ Hourly Rate

ราคา project = 34 ชม × 1,145 บาท = ~38,930 บาท

ปัดขึ้นเป็น 40,000 บาท หรือ 45,000 บาท (ขึ้นกับ value ที่ส่งมอบ)

Step 3: ตรวจกับตลาด

  • ราคาที่คำนวณได้ “สูงกว่าตลาด”? → คุณอาจต้องเลื่อนระดับขึ้น (เปลี่ยน client target)
  • ราคาที่คำนวณได้ “ต่ำกว่าตลาด”? → อย่าเพิ่งดีใจ คนตลาดอาจกำลังขาดทุนทั้งกลุ่ม

สูตร 3: Value-Based Pricing (สำหรับ freelance senior)

ถ้าคุณมีประสบการณ์ 5+ ปี → อย่าคิดเป็นชั่วโมง

คิดจาก “มูลค่าที่ให้ลูกค้า”:

ตัวอย่าง:

  • ออกแบบ landing page ที่เพิ่ม conversion 2% → 5%
  • ลูกค้าทำยอด 1 ล้าน/เดือน → ได้เพิ่ม 30,000 บาท/เดือน จากงานเรา
  • ในปีหนึ่งคือ 360,000 บาท

ถ้าคุณคิดแค่ 30,000 บาท → ลูกค้าได้ ROI 1100%

คุณคิดได้ 60,000-120,000 บาท ลูกค้ายังคุ้ม

⚠️ Value-based pricing ใช้ได้เฉพาะกับ client ที่เข้าใจว่าผลลัพธ์ของงานคืออะไร — สำหรับ client เพิ่งเริ่มต้น แนะนำใช้สูตร 1-2 ก่อน

ตัวอย่าง 3 ระดับราคาของ freelance ไทย (ค่าจ้างต่อชั่วโมง โดยประมาณ)

ระดับประสบการณ์Rate ต่อ ชม (บาท)
Junior< 2 ปี300-600
Mid-level2-5 ปี600-1,200
Senior5+ ปี1,200-3,000
Specialist / Expert8+ ปี + niche3,000+

ตัวเลขข้างต้นเป็น “rate ในตลาด” ไม่ใช่ rate ที่ทุกคนเรียกแล้วได้ — ขึ้นกับ portfolio และ skill ที่ขาย

วิธีขึ้นราคาให้ client เก่าไม่หนี

ถ้าคำนวณแล้วต้องขึ้นราคา 30-50% — อย่าขึ้นทีเดียว

แผน:

  1. เดือนที่ 0: ส่งงานคุณภาพดีกว่าปกติ + ปรึกษาเชิงรุก (สร้างเครดิตก่อน)
  2. เดือนที่ 1: แจ้งล่วงหน้า 1-2 เดือน “อีก 2 เดือนผมจะปรับราคาตามต้นทุน”
  3. เดือนที่ 2: ขึ้นราคา 15-20% (ครึ่งทาง)
  4. เดือนที่ 6: ขึ้นอีก 15-20% ให้ถึงเป้า

Script ที่ใช้ได้:

“ขอบคุณที่ทำงานด้วยกันมาตลอด ผมต้องปรับ rate ตามต้นทุน (ภาษี + ค่าใช้จ่าย) ที่เพิ่มขึ้น เริ่ม [เดือน] จะอยู่ที่ [ราคาใหม่] ต่อ [unit] หวังว่าจะได้ทำงานต่อกันครับ”

ลูกค้าที่ดีจะเข้าใจ — ลูกค้าที่ไม่ยอมขึ้นราคาเลย = อาจไม่ใช่ลูกค้าที่เหมาะระยะยาว

💡 เทคนิค: การขึ้นราคาต้องมี context กลับไปดูได้ — ใครเคยจ่ายราคาเท่าไหร่ ตอนไหน เหตุผลที่ปรับครั้งล่าสุดคืออะไร. ใน Kitslancer มีคลังความรู้ในแต่ละโปรเจค (คล้าย Obsidian/Notion แต่ผูกกับ entity จริงในธุรกิจ) — บันทึก Markdown ได้, พิมพ์ @ mention ลูกค้า, พิมพ์ # ลิงก์ไปหา invoice/proposal/task ปีนั้นๆ ตอนเจรจาขึ้นราคารอบใหม่กดดูประวัติได้ทันที

เครื่องมือคำนวณ Hourly Rate ของคุณเอง

ลองคำนวณกันดู:

  1. เป้ารายได้สุทธิต่อปี = __________

    • ภาษีโดยประมาณ (20% ของรายได้รวม) = __________
    • ค่าใช้จ่ายงานต่อปี = __________
    • ประกันสุขภาพ = __________
    • เก็บเกษียณ 15% = __________
  2. รายได้รวมที่ต้องได้ = __________

  3. ชั่วโมง billable ต่อปี = ~1,340

  4. Hourly Rate ขั้นต่ำ = (รายได้รวม) / 1,340 = __________

💡 Kitslancer มี feature ติดตามรายได้-ค่าใช้จ่ายแบบ real-time และคำนวณ “Effective Hourly Rate” ของแต่ละโปรเจค → รู้ว่างานไหนคุ้มจริง งานไหนขาดทุนซ่อนๆ

สิ่งที่ต้องระวัง

Trap 1: รับงานเพราะ “ดีกว่าไม่ได้เลย” ถ้ารายได้รวมต่ำกว่า hourly rate ขั้นต่ำ — ปฏิเสธ แล้วใช้เวลานั้นหาลูกค้าที่จ่ายตามค่าตัวจริง

Trap 2: “ใส่ใจให้มากกว่าค่าจ้าง” การมอบ value มากกว่าราคา = ดีในสายตา client แต่ถ้ารายได้ของคุณไม่พอ = sustainable ไม่ได้

Trap 3: ขึ้นราคากับ client เก่าไม่กล้า client เก่าที่ดี = อยากให้คุณอยู่ในธุรกิจไปนานๆ → เข้าใจการขึ้นราคา client เก่าที่บีบราคา = ไม่ใช่ asset ระยะยาว

สรุป

ตั้งราคาไม่ใช่เรื่องของ “ความกล้า” — เป็นเรื่องของ คณิตศาสตร์

ถ้าคำนวณแล้ว hourly rate ของคุณคือ 1,145 บาท — มั่นใจในเลขนี้ เพราะมันมาจากเป้าชีวิตที่คุณตั้งเอง

freelance ไทยส่วนใหญ่ตั้งราคาต่ำเกินไป 30-50% จากที่ควรเป็น — ลองคำนวณดู อาจช็อก

แหล่งข้อมูลอ้างอิง


อยากดู Effective Hourly Rate ของแต่ละโปรเจคที่ทำผ่านมาไหม? Kitslancer คำนวณให้อัตโนมัติ — เห็นว่างานไหนได้ดี งานไหนขาดทุน เริ่มใช้ได้ฟรี