---
title: "รับค่าจ้างเป็นคริปโต ต้องเสียภาษีไหม? คู่มือ freelance ไทย 2569 (ที่หลายคนเข้าใจผิด)"
description: "ข่าว 'ไทยยกเว้นภาษีคริปโต 5 ปี' ไม่ได้แปลว่ารับค่าจ้างเป็นคริปโตแล้วไม่ต้องเสียภาษี คู่มือนี้แยก 2 เหตุการณ์ภาษีให้ชัด พร้อมตัวอย่างคำนวณและลิงก์สรรพากร"
pubDate: 2026-06-04T00:00:00.000Z
author: "ทีม Kitslancer"
tags: ["ภาษี", "คริปโต", "การเงิน", "freelance"]
url: https://kitslancer.com/blog/receiving-payment-crypto-freelance-tax/
---

ลูกค้าต่างประเทศจ่ายงานคุณเป็น USDT, บางเจ้าโอน ETH, บางเจ้าให้ BTC — สะดวก ไม่ต้องรอ wire transfer 3 วัน ไม่โดน FX แพงๆ จากธนาคาร

แล้วพอได้ยินข่าว **"ไทยยกเว้นภาษีคริปโต 5 ปี (2568–2572)"** หลายคนสรุปทันทีว่า "เยี่ยม! รับเป็นคริปโตก็ไม่ต้องเสียภาษีสิ"

**ผิด** — และเป็นความเข้าใจผิดที่อาจทำให้คุณโดนภาษีย้อนหลังได้

การยกเว้นภาษีที่เป็นข่าวนั้นครอบคลุมแค่ *"กำไรจากการขายคริปโตบน exchange ที่มีใบอนุญาต"* เท่านั้น ส่วน *"การรับคริปโตเป็นค่าจ้าง"* ยังถือเป็น **เงินได้พึงประเมิน** ที่ต้องเสียภาษีตามปกติ บทความนี้จะแยก 2 เรื่องนี้ให้ชัด

> ⚠️ บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป กฎหมายและแนวปฏิบัติเรื่องสินทรัพย์ดิจิทัลเปลี่ยนบ่อยมาก ตรวจสอบล่าสุดที่[เว็บกรมสรรพากร](https://www.rd.go.th) และปรึกษาที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ

## หัวใจของเรื่อง: คริปโตมี 2 เหตุการณ์ภาษี ไม่ใช่ 1

นี่คือจุดที่คนพลาดมากที่สุด เมื่อคุณรับค่าจ้างเป็นคริปโต มันเกิด **เหตุการณ์ภาษี 2 ครั้ง** ในชีวิตของเหรียญก้อนนั้น:

| เหตุการณ์ | เกิดเมื่อ | ถือเป็นอะไร | ยกเว้นภาษี 5 ปีไหม |
|---|---|---|---|
| **1. รับเป็นค่าจ้าง** | วันที่เหรียญเข้ากระเป๋า | เงินได้จากการทำงาน (40(2)/40(8)) | ❌ **ไม่ยกเว้น** |
| **2. ขาย/แลกเป็นบาท** | วันที่ขายออก | กำไรส่วนทุน (capital gain) | ✅ ยกเว้น ถ้าขายบน exchange มีใบอนุญาต |

แปลว่า: ต่อให้คุณขายคริปโตบน Bitkub แล้วไม่ต้องเสียภาษีกำไร (เหตุการณ์ที่ 2) — แต่ **ตอนรับมันเข้ามาเป็นค่าจ้าง (เหตุการณ์ที่ 1) คุณยังต้องนำมูลค่าไปรวมเป็นเงินได้ยื่นภาษีอยู่ดี**

## เหตุการณ์ที่ 1: รับคริปโตเป็นค่าจ้าง = เงินได้พึงประเมิน

ตามแนวทางของกรมสรรพากร เมื่อคุณได้รับคริปโตเป็นค่าตอบแทนจากการทำงาน ให้ **นำมูลค่าของเหรียญทั้งจำนวน ณ วันและเวลาที่ได้รับ** มาคิดเป็นเงินได้ โดยอ้างอิงราคาจาก exchange ที่น่าเชื่อถือตามมาตรฐาน ก.ล.ต.

ประเภทเงินได้ขึ้นกับลักษณะงานของคุณ เหมือนรับเป็นเงินบาททุกประการ:

- **พนักงานประจำที่รับเงินเดือนเป็นคริปโต** → มาตรา **40(1)**
- **Freelance รับจ้างทำของ/ให้บริการ** → มาตรา **40(2)**
- **ทำเป็นกิจการ/มีลูกน้อง/ลงทุนเยอะ** → มาตรา **40(8)**

> 💡 จุดที่พลาดง่ายคือ "ราคา ณ วันที่ได้รับ" — คริปโตผันผวนรายชั่วโมง ถ้าไม่จดมูลค่าบาทตอนรับทันที ปลายปีจะคำนวณต้นทุนไม่ได้ Kitslancer ตรวจจับเงินคริปโต (USDT/USDC/BTC) ที่เข้ากระเป๋าแล้ว **ล็อกมูลค่าบาท ณ วันรับให้อัตโนมัติ** → ปลายปีได้ตัวเลขที่ใช้ยื่นภาษีได้เลย ไม่ต้องนั่งย้อนหาเรตเอง

**สำคัญมาก:** มูลค่าบาท ณ วันที่รับ ไม่ได้เป็นแค่ "เงินได้" เท่านั้น แต่ยังกลายเป็น **ต้นทุน (cost basis)** ของเหรียญก้อนนั้นด้วย — ซึ่งจะใช้คำนวณกำไรในเหตุการณ์ที่ 2

## เหตุการณ์ที่ 2: ขายคริปโตเป็นบาท = กำไรส่วนทุน

เมื่อคุณขายเหรียญออกมาเป็นเงินบาท กำไร (ราคาขาย − ต้นทุน) จัดเป็นเงินได้ตามมาตรา **40(4)(ฌ)**

และนี่คือจุดที่ **มาตรการยกเว้นภาษี 5 ปี** เข้ามาช่วย:

- ครม. อนุมัติยกเว้น **ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับกำไรจากการขายสินทรัพย์ดิจิทัล**
- มีผล **1 มกราคม 2568 ถึง 31 ธันวาคม 2572** (ออกตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 399)
- เงื่อนไข: ต้องขายผ่าน **ศูนย์ซื้อขาย/นายหน้า/ผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต.** (เช่น Bitkub, Orbix, InnovestX ฯลฯ)

**สิ่งที่ "ไม่" เข้าข่ายยกเว้น:**

- ขายแบบ P2P / โอนกระเป๋าต่อกระเป๋า / OTC นอก exchange ที่มีใบอนุญาต
- ขายบน exchange ต่างประเทศหรือ DEX ที่ไม่มีใบอนุญาตไทย
- รายได้จาก mining, staking, airdrop (ถือเป็นเงินได้ปกติ ไม่ยกเว้น)
- **การรับคริปโตเป็นค่าจ้าง** (เหตุการณ์ที่ 1 — ย้ำอีกครั้งว่าไม่เกี่ยว)

## ตัวอย่างคำนวณ: รับ ETH แล้วขายทีหลัง

สมมติคุณเป็น freelance (40(2)) รับงานออกแบบจากลูกค้าต่างประเทศ ตกลงค่าจ้างเทียบเท่า ETH

```
--- เหตุการณ์ที่ 1: วันรับค่าจ้าง (1 มี.ค. 2569) ---
ได้รับ:              0.5 ETH
ราคา ETH วันนั้น:    80,000 บาท/ETH
มูลค่าเงินได้:       0.5 × 80,000 = 40,000 บาท
→ ต้องรวมเป็นเงินได้ 40(2) จำนวน 40,000 บาท (เสียภาษีตามขั้นบันได)
→ ต้นทุน (cost basis) ของ 0.5 ETH = 40,000 บาท

--- เหตุการณ์ที่ 2: วันขายบน Bitkub (1 ต.ค. 2569) ---
ราคา ETH วันที่ขาย:  100,000 บาท/ETH
ขายได้:              0.5 × 100,000 = 50,000 บาท
กำไรส่วนทุน:         50,000 - 40,000 = 10,000 บาท
→ กำไร 10,000 บาท ยกเว้นภาษี (ขายบน exchange มีใบอนุญาต ปี 2568-2572)
```

สรุปจากตัวอย่างนี้: คุณ **เสียภาษีจาก 40,000 บาท** (ค่าจ้าง) แต่ **ไม่เสียภาษีจากกำไร 10,000 บาท** (capital gain ที่ได้รับยกเว้น)

> ⚠️ ตัวเลขข้างต้นเป็นตัวอย่างคร่าวๆ ราคาคริปโตจริงผันผวนตลอดเวลา ให้ยึดราคาอ้างอิงจาก exchange ที่มีใบอนุญาต ณ วันรับ/วันขายจริง

## แล้ว WHT 15% ที่ได้ยินมาล่ะ?

มาตรา 50 ของประมวลรัษฎากรกำหนดให้ผู้จ่ายเงินได้จากคริปโต **หักภาษี ณ ที่จ่าย 15%** ได้ — แต่เงื่อนไขคือต้อง "ทราบตัวผู้รับและจำนวนเงินได้ที่แน่นอน"

ในทางปฏิบัติสำหรับ freelance:

- ธุรกรรมบน exchange ทั่วไป **ไม่เข้าเงื่อนไข** จึงมักไม่มีการหัก 15%
- ถ้าลูกค้า (โดยเฉพาะนิติบุคคลไทย) จ่ายคุณเป็นคริปโตโดยตรงและหัก 15% ไว้ → เงินนั้นเป็น **เครดิตภาษี** เอามาหักออกจากภาษีปลายปีได้ เหมือน WHT 3% ปกติ (อ่านเพิ่ม: [WHT 3% เอาคืนได้ยังไง](/blog/wht-3-percent-complete-guide/))

ส่วนใหญ่ของ freelance ที่รับคริปโตจากลูกค้าต่างประเทศจะ **ไม่โดนหัก ณ ที่จ่าย** เลย — แปลว่าคุณต้องมีวินัยจดเองและยื่นเอง ไม่มีใครหักให้ล่วงหน้า

## VAT เกี่ยวด้วยไหม?

โดยทั่วไป **การซื้อขายคริปโตบน exchange ที่มีใบอนุญาตได้รับยกเว้น VAT** อยู่แล้ว แต่ที่ต้องระวังคือ **รายได้จากการให้บริการ** ของคุณเอง — ถ้ารายรับรวมทั้งปี (ไม่ว่ารับเป็นบาทหรือคริปโต) **เกิน 1.8 ล้านบาท** คุณเข้าเกณฑ์ต้องจด VAT ตามปกติ

มูลค่าค่าจ้างที่รับเป็นคริปโตก็นับรวมในเพดาน 1.8 ล้านนี้ด้วย อย่าคิดว่า "รับเป็นเหรียญแล้วไม่นับ" (อ่านเพิ่ม: [Freelance รายได้เกิน 1.8 ล้านต้องจด VAT ไหม](/blog/freelance-vat-1-8-million/))

## Checklist สำหรับ freelance ที่รับค่าจ้างเป็นคริปโต

ทำตามนี้แล้วปลายปีจะไม่ปวดหัว:

- ทุกครั้งที่รับเหรียญ → **จดทันที**: เหรียญอะไร, จำนวน, ราคาบาท/เหรียญ ณ วันรับ, มูลค่าบาทรวม
- เก็บ screenshot ราคาจาก exchange ที่มีใบอนุญาต ณ วันรับ (เป็นหลักฐานอ้างอิงราคา)
- บันทึกมูลค่าบาท ณ วันรับเป็น "ต้นทุน" ของเหรียญก้อนนั้น
- เมื่อขาย → ขายบน exchange ที่มีใบอนุญาต ก.ล.ต. (เพื่อเข้าเงื่อนไขยกเว้นกำไร 2568–2572)
- เก็บ statement การขายจาก exchange ไว้ทุกครั้ง
- รวมมูลค่าค่าจ้าง (บาท ณ วันรับ) เข้าเป็นเงินได้ 40(2)/40(8) ตอนยื่น ภ.ง.ด. 90
- เช็กว่ารายรับรวมทั้งปีเกิน 1.8 ล้านหรือยัง (เพดาน VAT)
- ถ้ามีการถูกหัก 15% → เก็บหลักฐานไว้เป็นเครดิตภาษี

## คำถามที่เจอบ่อย

**Q: รับเป็น stablecoin (USDT/USDC) ก็ต้องเสียภาษีไหม?**
A: ใช่ stablecoin ก็เป็นสินทรัพย์ดิจิทัล มูลค่าค่าจ้างที่ได้รับยังเป็นเงินได้พึงประเมินตามปกติ

**Q: ถ้าไม่เคยแลกเป็นบาทเลย ถือเหรียญไว้เฉยๆ ต้องเสียภาษีตอนรับไหม?**
A: ต้อง — เหตุการณ์ที่ 1 (รับเป็นค่าจ้าง) เกิดภาระภาษีทันทีที่ได้รับ ไม่ว่าจะแลกเป็นบาทหรือไม่ การถือไว้เฉยๆ ไม่ได้เลื่อนภาระภาษีส่วนนี้

**Q: รับจากลูกค้าต่างประเทศ ต้องเสียภาษีไทยไหม?**
A: ถ้าคุณเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในไทยและนำเงินได้เข้ามา โดยหลักต้องนำมายื่น — เกณฑ์เงินได้จากต่างประเทศมีรายละเอียดที่เปลี่ยนช่วงหลัง ตรวจสอบกับสรรพากร/ที่ปรึกษาภาษีเป็นรายกรณี

**Q: ขายบน exchange ต่างประเทศ (เช่น Binance) ได้ยกเว้นกำไรไหม?**
A: ไม่ — มาตรการยกเว้นกำหนดชัดว่าต้องขายผ่านผู้ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ไทยเท่านั้น

## สรุป

ข่าว "ไทยยกเว้นภาษีคริปโต 5 ปี" เป็นเรื่องจริง แต่มันยกเว้นแค่ **กำไรจากการขาย** บน exchange ที่มีใบอนุญาต — ไม่ได้ยกเว้น **การรับคริปโตเป็นค่าจ้าง** ซึ่งยังเป็นเงินได้ที่ต้องยื่นภาษีตามปกติ

จำหลักง่ายๆ: **รับ = เสียภาษี (เงินได้), ขาย = ยกเว้น (ถ้าผ่าน exchange มีใบอนุญาต)** กุญแจสำคัญคือ "จดมูลค่าบาท ณ วันรับ" ทุกครั้ง เพราะมันเป็นทั้งเงินได้และต้นทุนในคราวเดียว

## แหล่งข้อมูลอ้างอิง

- [กรมสรรพากร — เว็บไซต์หลัก](https://www.rd.go.th)
- [คู่มือการเสียภาษีเงินได้ คริปโทเคอร์เรนซี/โทเคนดิจิทัล (กรมสรรพากร, PDF)](https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/lorkhor/information/manual_crypto_310165.pdf)
- [ระบบ e-Filing — ยื่น ภ.ง.ด. 90/91/94](https://efiling.rd.go.th)
- [สำนักงาน ก.ล.ต. — รายชื่อผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาต](https://www.sec.or.th)

---

อยากรับค่าจ้างเป็นคริปโตโดยไม่ปวดหัวเรื่องภาษีไหม? **Kitslancer ออก invoice ให้ลูกค้าต่างประเทศจ่ายเป็น USDT/USDC/BTC ได้โดยตรง** (มี wallet address + QR ตาม network) และแพ็ก Pro ยัง **ตรวจจับเงินคริปโตเข้า on-chain อัตโนมัติ** ทั้ง Tron, Ethereum, Base, Arbitrum, Bitcoin พร้อมล็อกมูลค่าบาท ณ วันรับให้ทุกรายการ — จับคู่กับ invoice แล้วได้ตัวเลขพร้อมยื่นภาษีทันที โดยไม่ต้องเก็บ private key ไว้กับเรา (ระบบเป็นแบบ watch-only)